ในขณะที่การสรรหาพนักงานทั่วไปสามารถทำได้ง่ายๆ แต่การคัดสรรพนักงานที่มีพรสวรรค์นั้นอาจไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด ทว่าพนักงานรูปแบบที่สองนั้นไม่ใช่ผู้ที่จะทำงานให้กับธุรกิจของคุณแบบธรรมดาทั่วๆ ไป แต่จะเป็นผู้ที่จะทำให้องค์กรของคุณก้าวสู่อีกขั้นของวงการ และยังเป็นผู้ที่คุณต้องการจะว่าจ้าง

คุณมีวิธีในการปรับปรุงกระบวนการสรรหาบุคลากรให้ดียิ่งขึ้น เพื่อเพิ่มโอกาสที่จะคุณดึงดูด (และว่าจ้าง) พนักงานดาวเด่นเหล่านั้นได้อย่างไร? เพียงทำตาม 5 ขั้นตอนนี้ แล้วคุณก็จะมีพนักงานที่สามารถทำให้องค์กรของคุณเติบโตได้อย่างมีเสถียรภาพ

ขั้นตอนที่ 1: ระบุว่าคุณต้องการว่าจ้างผู้ที่มีคุณลักษณะอย่างไร

เจาะจงถึงบุคคลที่คุณต้องการให้เข้าร่วมทำงานกับทีมงานของคุณให้ชัดเจน ซึ่งหมายความว่าคุณต้องพยายามเป็นอย่างมากในการคัดสรรและต้องมีความพยายามที่มากกว่าการคัดเลือกแค่ “ผู้บริหารงานลูกค้าอาวุโส”, “ผู้จัดการโครงการ” หรือ “ผู้จัดการฝ่ายการตลาดดิจิทัล”

ระบุทุกทักษะและความสามารถที่คุณต้องการให้พนักงานคนใหม่ของคุณมี ทักษะความสามารถนี้รวมถึงทักษะทางด้านเทคนิค ความรู้เกี่ยวกับงาน และทักษะการทำงานร่วมกับผู้อื่น โปรดคิดไตร่ตรองอย่างละเอียดถี่ถ้วนเกี่ยวกับประสบการณ์ที่บุคคลนั้นอาจเคยสัมผัสมาก่อนหน้านี้ รวมถึงบุคลิกภาพทั้งการใช้ชีวิตประจำวันและการทำงาน

ยิ่งคุณมีความชัดเจนเกี่ยวกับตัวตนของผู้ที่คุณต้องการว่าจ้างมากเท่าใด ก็ยิ่งเป็นการดึงดูดผู้สมัครที่คุณต้องการได้มากเท่านั้น ในทุกขั้นตอนของการสรรหาบุคลากร คุณควรยึดเกณฑ์การคัดเลือกที่คุณมีอยู่ก่อนหน้านี้ เพื่อให้แน่ใจว่าคุณได้เลือกผู้สมัครที่ใช่ที่สุดสำหรับองค์กรของคุณ

ขั้นตอนที่ 2: มีส่วนร่วมกับทีมงานระหว่างทำการสัมภาษณ์

ไอเดียนี้เป็นไอเดียที่ดีในการมีส่วนร่วมกับสมาชิกในทีมในช่วงการสัมภาษณ์ ด้วยวิธีนี้ คุณจะสามารถรวบรวมแง่มุมต่างๆ ของผู้สมัครแต่ละคนได้

แม้สมาชิกบางคนอาจรู้สึกในตอนแรกว่าการเข้าร่วมในหลายการสัมภาษณ์นั้นเป็นการเสียเวลาโดยใช่เหตุ แต่คุณก็สามารถตอบกลับให้ผู้ที่คิดเช่นนั้นเข้าใจได้ว่าการมีความคิดเห็นระดับมืออาชีพและการยอมสละเวลาเพื่อให้ได้ผู้สมัครที่ใช่มาร่วมงานกับเรานั้นมีความสำคัญ (มากกว่าการรับสมาชิกใหม่ที่ไม่สามารถเข้ากันกับทีมงานและไม่มีความทุ่มเทให้กับงานมาร่วมงานกับเรา) มากเพียงใด

ขั้นตอนที่ 3: ใช้สื่อโซเชียลมีเดียในการตรวจสอบ

การที่จะทำให้เรซูเม่ของคุณดูดีนั้นเป็นเรื่องง่าย และการที่จะใช้ความพยายามอีกเล็กน้อยในการทำให้การสัมภาษณ์นั้นเป็นที่ประทับใจต่อผู้ทำการสัมภาษณ์ก็เป็นเรื่องที่ทุกคนสามารถทำได้เช่นกัน แต่บุคคลนี้เป็นอย่างไรในชีวิตจริง? คุณสามารถหาคำตอบได้ด้วยวิธีการต่อไปนี้ นั่นคือการแอบเข้าไปดูหน้าข้อมูลในสื่อโซเชียลมีเดียของผู้สมัครรายนั้นๆ

ไม่ใช่ทุกคนที่จะตั้งค่าให้หน้าข้อมูลบนโซเชียลมีเดียของตนเป็น “สาธารณะ” หรือบุคคลเหล่านั้นอาจจะตั้งค่าให้โพสต์ที่มีเนื้อหาที่ไม่น่าเปิดเผยของตนเป็น “เพื่อนเท่านั้น” ที่สามารถเห็นโพสต์นั้นได้ แต่อย่างไรก็ตาม อย่างน้อยคุณก็จะได้รู้ว่าผู้ที่กำลังจะมาเป็นลูกจ้างของคุณจะไม่กล่าวถึงคุณผู้เป็นนายจ้างอย่างเสียๆ หายๆ บน Facebook และ Instagram

ขั้นตอนที่ 4: ปรับปรุงกระบวนการสมัครงานให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

แบบสำรวจเปิดเผยว่าผู้สมัครที่ดีที่สุดอาจได้งาน (อื่น) ภายในสิบวัน นอกจากนี้ ใบสมัครที่สามารถกรอกให้เสร็จภายในห้านาทีมีแนวโน้มว่าจะดึงดูดผู้สมัครได้มากกว่า

คุณสามารถปรับปรุงกระบวนการสมัครงานให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นโดยการให้ผู้สมัครอัปโหลดเรซูเม่และจดหมายนำ (Cover letter) ของตน แล้วให้ตอบเฉพาะคำถามที่เกี่ยวข้องและคำถามที่มีคุณภาพเท่านั้น เคล็ดลับที่ผู้ว่าจ้างมักจะมองข้ามคือการที่ไม่ควรถามผู้สมัครด้วยคำถามที่มีข้อมูลอยู่ในเรซูเม่และจดหมายนำที่ผู้สมัครสามารถตอบได้โดยง่าย ผู้สมัครที่มีเวลามากอาจสละเวลาตอบคำถามที่เยิ่นเย้อเหล่านั้นได้ แต่ผู้สมัครที่มีพรสวรรค์อาจไม่สนใจในตำแหน่งงานนี้อีกต่อไปเนื่องจากบริษัทมีการสรรหาบุคลากรที่ไม่ดี

ขั้นตอนที่ 5: ปรึกษาบริษัทสรรหาบุคลากรที่มีชื่อเสียง

ถ้าคุณกำลังมองหาผู้สมัครที่ดีที่สุดเพื่อหวังว่าบุคคลนั้นจะทำให้ธุรกิจของคุณมีความก้าวหน้ามากยิ่งขึ้น คุณก็จำเป็นต้องหาผู้เชี่ยวชาญในการสรรหาบุคลากรที่มีชื่อเสียงในการสรรหาบุคคลเหล่านั้น แล้วให้เหตุผลที่ดีแก่ผู้สมัครในการร่วมงานกับคุณ

มีผู้คนจำนวนไม่มากที่สามารถทำงานด้านทรัพยากรบุคคลได้ดีกว่าบริษัท HR มืออาชีพ แต่ที่ Linktrix เรามีความเชี่ยวชาญในด้านการสรรหาผู้บริหารระดับสูงและพนักงานทั่วไป นอกจากนี้ เรายังมีผู้สมัครที่กำลังหาโอกาสในการทำงานที่ดีกว่าอย่างจริงจังกว่า 500,000 คนในฐานข้อมูล และหนึ่งในนั้นก็อาจเป็นผู้ที่คุณกำลังต้องการก็เป็นได้ คุณสามารถปรึกษาผู้เชี่ยวชาญสำหรับวิธีการที่เราสามารถเป็นส่วนหนึ่งในกระบวนการการสรรหาบุคลากรของคุณได้ทุกเมื่อ